การเป็นกรรมการกลั่นกรองการย้าย ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สภาพร้ายแรงของการพิจารณาย้ายครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา

การเป็นกรรมการกลั่นกรองการย้าย ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สภาพร้ายแรงของการพิจารณาย้าย

เมื่อ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาและ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายครูผู้บริหารสถานศึกษา สามารถเข้าร่วมประชุม พิจารณา ให้ความเห็นในฐานะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาได้

– ไม่ใช่เรื่องสภาพร้ายแรงอันอาจจะทำให้การพิจารณาย้ายไม่เป็นกลาง ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติทางปกครองฯ

– อนุกรรมการครู ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ผู้มีส่วนได้เสียที่ยื่นคำร้องขอย้ายในคราวพิจารณานั้น สามารถเข้าร่วมประชุมพิจารณาย้าย ที่มิใช่การพิจารณาเกี่ยวกับคำร้องขอย้ายของตนเองได้

 

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติทางปกครอง ว่า

– การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายของอนุกรรมการในอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด

– ความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายดังกล่าว มิได้มีผลผูกพัน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาแต่ประการใด

– การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองการย้าย มิเป็นเหตุให้ความเป็นอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา สิ้นสุดลง หรือมิอาจปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ต่อไปได้

เกี่ยวข้องกัน
@การพิจารณาทางการปกครองยึดหลักความเป็นกลาง ซึ่งความไม่เป็นกลางตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กำหนดไว้ใน ๒ มาตรา คือ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖
ซึ่ง มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้กำหนดไว้ว่า เจ้าหน้าที่ต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้
(๑) เป็นคู่กรณีเอง
(๒) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี
(๓) เป็นญาติของคู่กรณีคือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้อง หรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียงภายในสามชั้น หรือเป็นญาติเกี่ยวพันทางแต่งงานนับได้เพียงสองชั้น
(๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี
(๕) เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือเป็นนายจ้างของคู่กรณี
(๖) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
@และกฎกระทรวงฉบับนี้ จึงกำหนดกรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่ จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ตามมาตรา ๑๓ (๖) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เพิ่มเติมขึ้นจากที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๓ (๑) ถึง (๕) เพื่อให้การพิจารณาทางปกครอง มีความเป็นกลางมากยิ่งขึ้น ได้แก่
(๑) เคยเป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี
(๒) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับคู่กรณี
(๓) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกับคู่กรณีที่เป็นบุคคลเพศเดียวกันโดยกำเนิดในลักษณะเดียวกัน กับชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา
(๔) เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานในความเป็นจริงไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้อง ในความเป็นจริงนับได้เพียงภายในสามชั้นของคู่กรณี
(๕) เป็นหรือเคยเป็นบุตรบุญธรรมของคู่กรณี หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้รับคู่กรณีเป็นบุตรบุญธรรม
(๖) เป็นลุง ป้ำ น้ำ อำ ของคู่กรณี
(๗) เป็นผู้พักอาศัยอยู่ร่วมกับคู่กรณีในสถานที่เดียวกันในลักษณะครัวเรือนเดียวกัน (๘) เป็นลูกจ้างหรือที่ปรึกษาซึ่งได้รับค่าตอบแทนของคู่กรณี
ที่มา ; ราชกิจจานุเบกษา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน

สภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง ตามมาตรา 16 กฎหมายปกครอง

สภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง ตามมาตรา 16 กฎหมายปกครอง – BorwornBlog

Leave a Reply